วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 5 สิ่ง

              เวลาที่ล่วงเลยไป เราไม่สามารถเรียกกลับมาได้ สุขภาพที่ดี ก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าทำสิ่งใดแล้วไม่ดี ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เราก็ควรที่จะหยุดการกระทำดังกล่าวก่อนที่จะสายเกินไป และหาทางเสริมความแข็งแรงให้กับร่างกาย

 ที่จริงแล้วไม่ได้อยากเขียนเพียงแค่ “5 สิ่ง” หรอกครับ ยังมีอีกหลายสิ่งที่สายแล้ว “เสีย” ได้ ถ้าไม่รีบตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ อาทิ การไม่ออกกำลังกายที่ยิ่งรอก็ยิ่ง “สนิม” กินจนฝืด กลายเป็นไม่อยากออกกำลังกายอย่างถาวร เป็นต้น

1) เรื่องกิน ให้รีบเปลี่ยนนิสัยการกิน โดยเฉพาะเรื่องติดหวาน กินซ้ำซาก กินมากไป กินบุฟเฟ่ต์บ่อย กินแล้วต้องปรุงทุกครั้ง เรื่องกินนี้ต้องรีบคุมให้ดีเสียตั้งแต่เนิ่นครับ เพราะนอกจากช่วยเรื่องสุขภาพแล้วยังช่วยชีวิตเราได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยคนที่คุมเรื่องการกินได้จะไม่ค่อยทุกข์กับกิเลสเรื่องอื่นมากมายนัก เพราะเรื่องกินนี่เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว ลองถ้าคุมได้ก็จะฝึกใจให้แข็งพอคุมความอยากเรื่องอื่นได้

2) เรื่องโรค ยิ่งรอนานยิ่งอาจสายเกินแก้ครับ โรคที่น่าจับตาดูว่ารอไม่ได้นานนัก ได้แก่ โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน เบาหวาน มะเร็งไปจนถึงซึมเศร้า ผู้ที่ป่วยด้วยโรคใดๆ ก็ตาม ขอให้ถามตัวเองว่าอยากให้มันแย่ลงหรือไม่ แม้โรคที่รักษาไม่หายอย่างภูมิแพ้ก็รีบแก้รีบรักษาไปก่อน หรืออย่างโรคตกขาวที่ยิ่งปล่อยไว้ก็จะยิ่งเป็นเรื้อรังมากขึ้น คนไข้ที่ป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนยิ่งทิ้งนานก็ยิ่งวุ่นหนักขึ้นครับ

3) เรื่องการนอนหลับ ท่านที่มีปัญหาเรื่องการนอนควรต้องรีบแก้ก่อนจะสายครับ เพราะการนอนผิดปกติมีหลายแบบที่นำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บอย่างอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง สมองขาดเลือด โรคซึมเศร้า ปัญหาการนอนจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังและถาวรได้ เพราะคนที่ป่วยด้วยโรคนอนไม่หลับเป็นโรคประจำตัวส่วนใหญ่ เกิดจากการที่ไม่ได้รีบแก้ตั้งแต่ต้นครับ

4) เรื่องเครียด อย่าปล่อยให้เรื้อรังนานเลยครับ ให้เอาเรื่องหนักหัวทั้งหมดปล่อยวางเสีย ไม่ใช่ห้ามให้คิดนะครับ คิดได้ครับสำหรับเรื่องเครียดแต่พอคิดเมื่อไรแล้วก็ให้วางเมื่อนั้น ลองดูสิครับแล้วมันจะค่อยๆ “ปล่อย” ได้เร็วขึ้นเอง เป็นยาแก้เครียดที่ดีกว่ายาฝรั่ง

5) เรื่องพ่อแม่ อย่ารอช้าเลยครับเพราะนับวันเวลาผ่านไปเร็ว เราทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง เลี้ยงลูกของตัวเอง ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ประเดี๋ยวพ่อแม่เราก็แก่เสียแล้ว จะไปไหนต่อไหนก็ลำบากหรือพอท่านเจ็บป่วยก็รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ในเวลานี้เทวดาท่านให้นาทีทองมาแล้วครับ ขอให้รีบกตัญญูในทุกนาทีตอนนี้เลยครับ


ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ